Mook

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

ทำอย่างไรไม่ให้รักหมดโปรโมชั่น

คำกล่าวที่ว่า "ความรักของผู้หญิงจะเริ่มต้นจากศูนย์ หนึ่ง สอง สาม... แต่ความรักของผู้ชายกลับเริ่มต้นจากหนึ่งร้อยนับถอยหลังไปจนถึงศูนย์" แล้วหัวอกลูกผู้หญิงอย่างเรา จะทำอย่างไรให้ความรักที่เขามีไม่ลดน้อยถอยลง


รักที่ตัวตนของเขา
ในช่วงเริ่มต้นของความรัก คุณสาวๆ อาจมองข้ามความเป็นตัวตนของเขาไป และเลือกมองแต่สิ่งดีๆ มองแต่สิ่งที่คุณอยากมอง โดยลืมมองด้านที่ไม่ดีของเขา แต่อยากให้คุณเข้าใจว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบตามที่คุณต้องการ อย่างตอนนี้เขาไว้ผมยาว คุณก็จบังคับให้เขาตัดผม โกนหนวดโกนเคราให้เรียบร้อยอย่างที่คุณชอบ หรืออย่างเขาเป็นคนแต่งตัวสบายๆ แต่คุณก็คิดว่าอยากให้เขาแต่งตัวดีๆ เพื่อจะได้เข้าสังคมในกลุ่มเพื่อนของคุณได้ สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่ย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณต้องรักเขาอย่างที่เขาเป็น


อย่าเรียกร้องและแสดงความเป็นเจ้าของมากเกินไป
ในระยะที่เพิ่งคบหากันอาจยังไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น แต่ส่วนใหญ่คู่ที่คบกันมาเป็นระยะเวลานานไม่ฝ่ายหนึ่งก็ฝ่ายใด แต่ส่วนมากมักจะเป็นฝ่ายหญิงมักเริ่มเรียกร้องจากอีกฝ่ายมากขึ้นอย่างเช่น ต้องการให้เขาไปเดินช้อปปิ้งด้วยทุกครั้งทั้งๆ ที่เขาไม่ชอบไป หรือแม้แต่บังคับให้เขาต้องโทรศัพท์หาทุกคืนก่อนเข้านอน หรือคุณเริ่มรู้สึกว่าคุณคบกันมานานแล้วแต่เขายังไม่พูดคุย เรื่องแผนการในอนาคตร่วมกันกับคุณสักที บางครั้งเขาอาจจะทำตัวตามปกติเหมือนตั้งแต่ตอนเริ่มคบกันใหม่ๆ แต่คุณเองที่เริ่มเรียกร้อง และแสดงความเป็นเจ้าของ รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเขามากเกินไป สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความรัก และความสัมพันธ์ของพวกคุณ


ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลง
จงเข้าใจในความเป็นจริงของโลกในข้อนี้ โดยเฉพาะเวลาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่นช่วงแรกๆ ที่เขาจีบคุณเขาอาจจะขับรถไปรับ-ส่งคุณที่บ้านทุกวัน แต่เมื่อคบกันไปนานๆ ก็ต้องเข้าใจว่าเขาอาจมีภาระหน้าที่เพิ่มมากขึ้น จนทำให้ไม่มีเวลามาดูแลเอาใจใส่คุณเหมือนเดิม หรืออย่างสมัยก่อนตอนเป็นแฟนกันใหม่ๆ คุณกับเขาคุยโทรศัพท์ข้ามคืนกันแบบไม่รู้สึกเบื่อ แต่พอรู้จักและคุยกันบ่อยๆ เขาอาจโทรศัพท์มาคุยกับคุณเพียงไม่นาน เพราะคุณกับเขามีการพูดคุยสนิทสนมจนรู้และเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ดีขึ้น ดังนั้นต้องทำความเข้าใจว่าทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา


ดูแลตัวเองอยู่เสมอ
ต้องยอมรับว่าความสวยงาม สดใส ยิ้มแย้มทำให้รู้สึกสบายตา สบายใจ...คุณควรจำวันแรกที่ คุณพบกับเขาให้ได้ว่าในวันนั้นคุณเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องเสื้อผ้า หน้าผมไปเต็มที่ขนาดไหน และอย่าปล่อยให้ความประทับใจในวันนั้นกลายเป็นเพียงวันเวลาที่ผ่านเลย เพราะสาวๆ ส่วนใหญ่เมื่อมีคนรักแล้วมักทำตัวเป็นของตาย ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจากสาวหน้าใส กลายเป็น สาวหน้าโทรม จากหุ่นเอวบางร่างน้อยกลายเป็นคุณป้าหมี หรือจากที่เคยพิถีพิถันเลือกเสื้อผ้า ที่สวมใส่ ก็หันมาใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ สวมรองเท้าแตะทุกครั้ง แล้วก็เถียงว่า "ตัวตนจริงๆ ของฉันเป็นแบบนี้" แต่คุณต้องเข้าใจว่าใครๆ ก็อยากเห็นภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะแฟน หนุ่มของคุณที่ยังจำภาพวันแรกที่พบคุณได้ และเชื่อว่าเขาต้องอยากเห็นคุณดูดีไปตลอด

ความรักที่ไม่มีวันลดน้อยถอยลงก็คือความรักที่เกิดขึ้นจากความ "พอดี" ของคนสองคน ทั้งนิสัย สถานะทางสังคม พื้นฐานทางครอบครัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือคุณทั้งสองจะต้องมอบความรักและเติมเต็มความรักให้แก่กันจนลงตัว ไม่มีฝ่ายใดที่รักมากกว่า

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

ไอเดียวเจ๋งๆ ทำให้บ้านมีเสน่ห์

- มูลี่หรือฉาก เป็นการแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนแบบไม่ยุ่งยาก แถมยังมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับการต่อเติมหรือกั้นห้อง อีกทั้งยังช่วยซ่อนความรกของชั้นวางของและทำให้ห้องดูเรียบร้อยมากขึ้นอีกด้วย

- ลองเปลี่ยนโคมไฟใหม่ เพราะแสงส่งผลต่อพื้นที่มากกว่าสิ่งอื่นใด และยังช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของห้องได้อีกด้วย ดังนั้น การเปลี่ยนโคมไฟและหลอดไฟให้เหมาะกับห้องก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างออกไป

เช่น การติดโคมไฟแชนเดอเลียร์เหนือโต๊ะรับประทานอาหารเพียงอันเดียวก็ทำให้ห้องดู สวยงามมีสไตล์ขึ้น หรือติดโคมไฟแสงอ่อนๆ ในห้องนอนก็สร้างบรรยากาศทำให้คุณเคลิ้มน่าดูเลยค่ะ

- จัดมุมเล็กๆ ของตัวเอง อาจเริ่มจากห้องนอนของตัวเองก่อน เพราะห้องนอนเป็นห้องที่แต่ละคนใช้งานมากกว่าห้องไหนๆในแต่ละวัน ดังนั้น ถ้าห้องนอนของเราน่าอยู่ ก็จะมีแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องส่วนอื่นๆ ของบ้านต่อไป....

- ติดผ้าม่าน การติดผ้าม่านเป็นวิธีช่วยกรองแสงแดดให้เข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างเหมาะสม และการติดผ้ากรุซับในด้านหลังม่านจะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้ห้องนั้นๆ เทคนิคง่ายๆ อีกอย่างคือ ติดผ้าม่านชนิดทิ้งชายเป็นแนวยาวจากเพดานจรดพื้น จะช่วยพรางตาให้ห้องที่มีเพดานเตี้ยดูสูงขึ้น

ลองปรับลองเปลี่ยนดูนะค่ะ กับไอเดียวที่เรานำมาฝากในวันนี้ง่ายๆ ค่ะ หวังว่าคุณสาวๆ จะลองเอาไปทำกันดูนะค่ะ จะได้มีบ้านที่มีชีวิตชีวา มีเสน่ห์ ชวนให้อยากพักผ่อนในแบบสบาย น่าอยู่กว่าเดิม


ครื่องปรุง

ข้าวกล้องหอมนิล (ข้าวกล้องสีดำ) หุงสุก 70 กรัม หมูบดละเอียด 50 กรัม พริกไทยขาว 1 หยิบมือ ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา เห็ดหอมแห้งทั้งดอก (ดอกเล็ก) 5 ดอก น้ำแช่เห็ดหอม 1 ถ้วย ซุปผงรสหมู 1 ช้อนชา

ครื่องสำหรับโรยหน้าโจ๊ก

ไส้หมูอ่อนต้มสุก 5 ชิ้น ตับหมูต้มสุกหั่นบางๆ 5 ชิ้น ไข่เยี่ยวม้า (1 ลูกหั่น 4 ชิ้น) ครึ่งลูก ปาท่องโก๋ 1 ชิ้น ขิงอ่อนซอย 10 กรัม ไข่แดงของไข่เค็ม (ครึ่งฟอง) 1/2ฟอง

พลังงานที่ได้รับ (โดยประมาณ) = 343 Kcal

วิธีทำ

1.หุงข้าวกล้องหอมนิลด้วยหม้อหุงข้าว อัตราส่วนข้าว 1 ต่อน้ำ 2.2 ส่วน 2. นำเห็ดหอมมาแช่น้ำจนนุ่มประมาณ 20 นาที กรองเอาแต่น้ำ นำข้าวหุงสุกที่ได้ไปบดกับน้ำแช่เห็ดหอม และผงปรุงรสหมูในเครื่องปั่นอเนกประสงค์ จนเมล็ดข้าวกล้องละเอียดขึ้น พักเอาไว้ 3. ผสมหมูสับกับซอสปรุงรสและพริกไทยขาวให้เข้ากัน นำหมูไปแปะที่ด้านใต้ของเห็ดหอมที่แช่น้ำจนนุ่มแล้ว พักเอาไว้ 4. นำส่วนผสมข้าวที่ได้ไปต้มด้วยไฟอ่อนๆ ใส่เห็ดหอมที่ยัดไส้หมูเอาไว้แล้วลงไป คนเบาๆจนส่วนผสมทั้งหมดเดือด 5. ตักโจ๊กที่ได้ใส่ชาม แต่หน้าโจ๊กด้วยใส้หมู ตับหมู ของซอย ไข่เยี่ยมม้า ปาท่องโก๋ ไข่แดงของไข่เค็ม โรยหน้าด้วยผักชีและต้นหอม เสริฟขณะร้อน


เครื่องดื่มสำหรับสาวไดเอ็ท

1. น้ำผัก
น้ำผักจะอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ และแคลอรี่น้อย ผักส่วนใหญ่แล้วจะมีไฟเบอร์สูง ทำให้เรารู้สึกอิ่ม และทานอาหารได้น้อยลง

2. สมูธตี้ผลไม้
สำหรับ เครื่องดื่มชนิดนี้ เราจะใส่ความเป็นตัวเอง ผลไม้ที่เราชอบ และนมพร่องมันเนยอีกสักเล็กน้อย ไม่ควรดื่มสมูธตี้ที่มีน้ำตาล วิปครีม น้ำผึ้งหรือแม้แต่สารทดแทนความหวานต่างๆค่ะ เพราะมีแคลอรี่เยอะ และที่ควรรู้ก็คือ ร้านต่างๆที่เรามักจะไปซื้อไม่ว่าจะตามร้านอาหารหรืแแม้แต่ไอศครีมก็ต่าง เพิ่มความหวานให้กับน้ำปั่นแก้วโปรดของคุณค่ะ ถ้าทำเองได้ ทำเองดีกว่านะคะ

3. น้ำผลไม้
สำหรับ สาวๆที่ไม่ชอบทานผลไม้สด หันมาดื่มน้ำผลไม้ทดแทนให้ได้วิตามินและสารอาหารอื่นๆนะคะ ถ้าสามารถทำเอง คั้นเองได้ ก็ควรทำค่ะ เพราะนอกจากความสดแล้ว สารอาหารยังครบถ้วนกว่าด้วย แต่หากไม่สะดวก เลือกน้ำผลไม้กล่องที่ไม่ผสมน้ำตาล หรือเป็นน้ำผลไม้ 100% ค่ะ น้ำผลไม้ก็ทำให้เราอิ่มได้นานทานได้น้อยลงอีกด้วยค่ะ

4. กาแฟดำ
กาแฟ มีประโยชน์ดีๆมากมาย แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่มีแคลอรี่! กาแฟดำยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ยังช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ทำให้มีสมาธิมากขึ้น ลดความเสี่ยงของเบาหวานและมะเร็ง ไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 4 แก้วนะคะ แม้จะรู้สึกอยากดื่มมากขนาดไหนก็ตาม

5. ชาเขียว
ชา เขียวเองก็มีประโยชน์ดีๆมากมายเช่นเดียวกับกาแฟค่ะ มีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะเหมือนกัน และชาเขียวนี่ล่ะค่ะช่วยให้เราเผาผลาญไขมันได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย บางเคสอาจจะเพิ่มได้มากถึง 40% เชียว

6. นม
นม ไขมันต่ำมีส่วนช่วยในการหยุดการขยายตัวของไขมันในร่างกาย แต่การดื่มนมในปริมาณมากๆจะได้รับแคลอรี่เยอะ ฉะนั้นดื่มเพียง 3-4 แก้วต่อวัน ก็เพียงพอที่จะช่วยเรื่องของการลดน้ำหนักแล้วล่ะค่ะ

7. เครื่องดื่มโปรตีน
เครื่อง ดื่มโปรตีน เช่นที่ให้เป็นผงแล้วนำมาชง จะช่วยจัดการการลดน้ำหนักของเราให้เป็นไปอย่างมีระเบียบเพราะโปรตีนไปสร้างกล้ามเนื้อซึ่งสำคัญอย่างมากกับการเผาผลาญไขมัน ซึ่งยิ่งมีกล้ามเนื้อเยอะ ไขมันยิ่งน้อย

8. เครื่องดื่มไฟเบอร์
มี เครื่องดื่มประเภทที่มีไฟเบอร์เยอะแยะในตลาด และเป็นเครื่องมือที่ดีในการใช้โปรแกรมลดน้ำหนัก ไฟเบอร์ช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่ม และไฟเบอร์ก็มีประโยชน์มากมายอีกด้วย ตอนนี้เครื่องดื่มที่เพิ่มไฟเบอร์เข้าไปมีเยอะมากค่ะ ลองหาทานสักยี่ห้อละกันค่ะ

9. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล
อ่าน แล้วยี้เลยใช่มั้ยคะ แต่น้ำส้มสายชูจากแอปเปิ้ลเป็นที่โด่งดังมากๆในยุค 70s ในเรื่องของการลดน้ำหนักแม้ว่ายังไม่มีวิทยาศาสตร์มายืนยันในเรื่องนี้ แต่บรรดาฟิตเนสกูรูต่างก็บอกว่าช่วยเพิ่มระดับเมตาบอลิซึ่มให้อย่างต่อ เนื่อง

10. น้ำเย็นๆ
อาจจะเป็นเรื่องง่ายและมี พลังมากที่สุดในบรรดาเครื่องดื่มทั้งหมด การดื่มน้ำเยอะๆก็ดีกับร่างกายของเราในหลายๆด้านอยู่แล้ว ทั้งน้ำยังไม่มีแคลอรี่ ถ้าปกติไม่ได้ทานน้ำเย็น ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำเย็นวันละสองแก้ว เพิ่มจากน้ำดื่มปกติ น้ำเย็นช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มขึ้นถึง 30% และถ้าเราจะคำนวนกันดีๆแล้ว ช่วยลดไขมันไปได้ถึงเกือบ 10 กิโลต่อปีเลยทีเดียว

เนื่องจากมักมีการปรุงรสช็อกโกแลตให้หวานและมันด้วยน้ำตาล นม และผลิตภัณฑ์จากนม

การกินช็อกโกแลตมากๆ จึงอาจทำให้สิวเห่อได้จริง

ส่วนขนมเค้กที่มักมีรสหวานและมีส่วนผสมของน้ำตาล แป้ง นม และผลิตภัณฑ์จากนม ก็ทำให้สิวเห่อได้

นอก จากนั้นยังต้องระวังว่าการกินอาหารหวานๆ และขนมหวานมากเกินไป ล้วนก่อให้เกิดโรคอ้วนซึ่งทำให้เกิดโรคผิวหนังจากความอ้วนตามมาหลายอย่าง

- คนอ้วนอาจเป็นโรคสะเก็ดเงิน เห็นเป็นผื่นแดงนูนมีสะเก็ดสีเงิน มักเป็นตามข้อศอก หัวเข่า แนวไรผม

- ผิวเป็นผื่นดำ ที่ต้นคอ รักแร้ และใต้ราวนม

- มีติ่งเนื้อ พบบ่อยที่คอ รักแร้ การเกิดติ่งเนื้อนี้สัมพันธ์กับโรคเบาหวานและโรคอ้วน

- โรคเชื้อราที่ซอกพับ (เช่น ขาหนีบ) ที่ชาวบ้านเรียกว่าสังคัง เห็นเป็นผื่นแดง คัน มีขุยและมีขอบนูน

- ติดเชื้อยีสต์ (เช่น ที่ขาหนีบและใต้ราวนม) เห็นเป็นผื่นแดง มักมีจุดเล็กๆ กระจายอยู่รอบผื่น

- ติดเชื้อแบคทีเรีย (เช่น ที่ขาหนีบ รักแร้) โดยเห็นเป็นผื่นแดง

บาง โรคมีผลเสียในด้านความงามคือ ผิวแตกลาย มักพบที่ท้อง สะโพก ต้นแขนและต้นขา พบว่าคนอ้วนอาจมี ขนดก ตุ่มขนคุด ที่ตามต้นแขนต้นขา และคนอ้วนยังมีกลิ่นตัวได้บ่อย